Les nouveautés et Tutoriels de Votre Codeur | SEO | Création de site web | Création de logiciel

seo เทคนิคในการสร้าง/เพิ่ม PR และ SERP 2013

Seo Master present to you:

1.การวางโครงสร้างที่ดี - ในส่วนนี้ ผมเคยกล่าวถึงไปแล้ว กล่าวคือ การทำ On Page Factor ให้ดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งตรงนี้จะกล่าวถึง การวางกลุ่มเป้าหมายของคีย์เวิร์คที่เราต้องการ, การจัดวางคอนเท้นต์ภายในหน้าเว็บ, การวางหัวข้อของเนื้อหา, การจัดวางเนื้อหาทั้งหมด ตรงนี้ดูเหมือนซับซ้อนวกวาน แต่ง่ายๆครับ .. จัดวางให้เป็นอ่านง่าย ไม่ซับซ้อนไม่ว่าจะทางโค้ดดิ้ง (เขียนโค้ด) และการอ่านจริง (ให้ผู้เยี่ยมชมอ่าน)

2.การออกแบบที่ดี - หลังจากโครงสร้างเว็บไซต์ดีแล้ว เราควรจะใช้ธีม/ตีมที่เป็นมิตรกับ Search Engine ด้วย, การวางโครงสร้างลิ้งไม่ว่าจะเป็นภายในและภายนอก (Internal & External Link) เราควรจะดูแลและให้ความสำัคัญในส่วนนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว และเมื่อย้อนกลับมาที่ ธีม ของเว็บแล้ว .. ต้องไม่ลืมว่า เทคนิคเล็กน้อยๆที่(ผม)เรียนรู้ได้จากการสังเกตุก็คือ .. หากเว็บใดมีทราฟฟิกจำนวนมาก เมื่อมีพลังจากธีมที่มิตรกับ Search Engine .. คุณจะได้รับพลังจาก SE ให้มีอันดับ SERP (Search Engine Report Page) ดีๆได้โดยที่คุณไม่ต้องออกแรงโปรโมทมากเลยทีเดียว

3.คอนเท้นต์ - การที่เคยได้ยินจากคำบอกต่อว่า เมื่อทราฟฟิกคือพระเจ้าแล้ว คอนเท้นต์เนี้ยแหละตัวแม่เลยครับ การสร้างคอนเท้นต์ที่ไม่ซ้ำ ไม่คัดลอก และไม่มีใครเหมือนจะเป็นตัวฉุดเว็บเราให้มีพลังในการอยู่ Ranking สูงๆบน Search Engine ได้เลย

4.Backlinks - กลับมาเรื่องเดิมๆอีกครั้ง .. การสร้างลิ้งกลับมายังเว็บเรายังเป็นเรื่องสำคัญมากๆในการทำ SEO เพราะขาดลิ้งก็คล้ายกันว่าเราขาดใจ ! .. แต่ต้องไม่ลืิมนะครับว่ายิ่้งต่าง Class C IP มากเท่าไหร่ ยิ่งเจ๋ง!

เครดิต seoinw2013, By: Seo Master

seo หากเว็บเพจที่เชื่อมโยงลิงก์มายังเว็บไซต์เรามี ค่า PR ต่ำ จะส่งผลกระทบต่อค่า PR ของเว็บไซต์เราหรือไม่ ? 2013

Seo Master present to you:

การที่มีเว็บเพจเชื่อมโยงมาหาเว็บคุณจำนวนมากขึ้นนั้น โดยที่เว็บเพจนั้นๆมีค่า PR ระหว่าง 0-3 จะไม่ส่งผลกระทบต่อค่า PR ของเว็บคุณในทันที แต่เหมือนกับสะสมคะแนนไปเรื่อยๆ อย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว ยิ่งเว็บเพจที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์คุณมีเนื้อหาที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์ กับเว็บไซต์คุณมากเท่าใด ยังส่งผลดีมากกว่า เว็บเพจที่มีเนื้อหาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์คุณเลยแต่มีค่า PR สูง และเชื่อมโยงลิงก์มาหาเว็บคุณ อย่าลืมว่า PageRank เป็นแค่ปัจจัยหนึ่งในการจัดลำดับความสำคัญของเว็บเพจหนึ่งๆเท่านั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกด้วย เว็บที่มีค่า PR ต่ำๆ จะทำให้ค่า PR ของเว็บไซต์เรา ลดลงหรือไม่ ?
คำตอบคือ ไม่อย่างแน่นอน การแลกลิงก์กับเว็บไซต์ที่มีค่า PR ต่ำ (อาจเป็นเว็บที่เพิ่งเปิดตัว เป็นต้น) แต่มีเนื้อหาที่เกี่ยวพันกับเว็บไซต์คุณอาจทำให้ PR ของเว็บไซต์ของทั้งสองแห่งเพิ่มขึ้นพร้อมๆกันก็เป็นไปได้ แต่อย่าเข้าร่วมกับโปรแกรมแลกเปลี่ยนลิงก์ใดๆที่เป็นการโกงเสิร์ชเอนจิ้น ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์คุณถูกถอนออกจากฐานข้อมูลของเสิร์ชเอนจิ้นในทีสุด ค่า PR เราตกลงได้หรือไม่ ? ค่า PageRank สามารถลดลงได้ หากเว็บไซต์คุณมีจำนวนลิงก์ที่เชื่อมโยงมาหาเว็บไซต์คุณน้อยลง ซึ่งบางครั้งอาจเกิดขึ้นจากเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงมาหาคุณมีค่า PR ลดลงก็เป็นได้

เครดิต truehits2013, By: Seo Master

seo เนื้อหาที่เป็นประโยชน์ส่งผลให้ค่า PR เพิ่มขึ้นหรือไม่ ? 2013

Seo Master present to you:

คำตอบคือไม่ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วคือ หากคุณสามารถทำให้มีเว็บลิงก์มายังเว็บคุณได้มากขึ้นเท่าไหร่ PR ของเว็บคุณก็จะสูงมากขึ้นตามลำดับ แต่ทั้งนี้หากคุณนำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ในเว็บเพจนั้นๆ นั่นหมายความว่า คุณอาจได้รับการขอแลกลิงก์จากเว็บมาสเตอร์คนอื่นๆมายังเว็บไซต์คุณก็เป็นได้ ซึ่งเท่ากับเพิ่มจำนวนลิงก์ให้มากขึ้นในที่สุด เนื้อหาของเว็บเพจที่ลิงก์มายังเว็บไซต์คุณ มีผลอย่างไรต่อค่า PR ? หากเว็บเพจที่เชื่อมโยงลิงก์มายังเว็บคุณ มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับเว็บไซต์คุณมากเท่าใด Google จะพิจารณาให้ค่า PR ของเว็บคุณสูงยิ่งขึ้น

เครดิต truehits 2013, By: Seo Master

seo ทำอย่างไรถึงจะได้ค่า PR เพิ่มขึ้น ? 2013

Seo Master present to you:
 ค่า PR นั้นจะเพิ่มขึ้นได้ในแต่ละขั้นจาก 1 ไป 2 , จาก 2 ไป 3,... , จาก 9 ไป 10 นั้น มีกฏเกณฑ์ที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน แต่ไม่ได้เป็นลักษณะเช่น คุณมีเว็บที่เชื่อมโยงลิงก์มาหาเว็บไซต์ คุณจาก 50 Inbound Link เป็น 100 Inbound Link (เพิ่มขึ้น 50 หน่วย) เว็บเพจนั้นๆอาจมีค่า PR เพิ่มขึ้นจาก 2 เป็น PR 3 แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ค่า PR 3 จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น PR 4 โดย ที่คุณมี Inbound Link เพิ่มจาก 100 เป็น 150 (เพิ่มขึ้น 50 หน่วย) เสมอไป อาจต้องมี Inbound Link เพิ่มขึ้นถึง 200 หน่วย ค่า PR ถึงจะเพิ่มขึ้นก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นในค่า PR ในแต่ละขั้นนั้น เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความรู้ ความพยายามเป็นอย่างมาก

เครดิต truehits 2013, By: Seo Master

seo Google คำนวณค่า PR อย่างไร ? 2013

Seo Master present to you:

ค่า PR ถูกคำนวณ โดยจำนวนลิงก์ของเว็บไซต์อื่นๆ ที่เชื่อมลิงก์มายังเว็บไซต์ของคุณ (Inbound Link) ทั้งนี้คำนึงถึงคุณภาพ (คุณภาพของลิงก์หมายถึง เว็บเพจที่ลิงก์มาหาคุณมีความเกี่ยวข้องและเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาใน เว็บไซต์ของคุณ ) และค่า PR ของเว็บไซต์ที่ลิงก์มายังเว็บไซต์คุณด้วย ยิ่งเว็บไซต์ที่ลิงก์มาหาคุณมี PR สูงๆ ค่า PR ของเว็บคุณก็มีแนวโน้มที่จะสูงตามไปด้วย ค่า PageRank นั้นใช้วิธีการเดียวกับระบบการโหวต หนึ่งลิงก์ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของคุณ ยิ่งมีค่า PR สูงเท่าใด Google ยิ่งเห็นความสำคัญของเว็บเพจนั้นๆมากยิ่งขึ้น และหากมีลิงก์มาจำนวนมากลิงก์มายังเว็บไซต์คุณ ค่า PR เว็บคุณก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ค่า PR นั่นแสดงค่าทุกๆหน้าของเว็บไซต์เราใช่หรือไม่ ? ค่า PR ของแต่ละเว็บเพจ ในเว็บไซต์หนึ่งๆ นั้นจะมีค่าแตกต่างกันไป ทั้งนี้ โดยมากโฮมเพจ มักมีค่า PR สูงกว่าหน้าอื่นๆ แต่ก็ไม่เสมอไป

เครดิต truehits 2013, By: Seo Master

seo Google PageRank (PR) คืออะไร ? 2013

Seo Master present to you:
Google Pagerank หรือ Google PR คือ ค่าลำดับคะแนนที่ Google ประเมินให้กับคุณภาพของเนื้อหา ในหน้าเว็บเพจแต่ละหน้า ที่ปรากฎ อยู่ในเว็บไซต์ โดยคะแนนที่ปรากฎจะอยู่ในช่วงระหว่าง 0 ถึง 10 ยิ่งตัวเลขยิ่งสูงยิ่งดี PageRank สูง นั่นหมายความว่าเว็บไซต์นั้นๆ มีโอกาสได้รับการจัดอันดับที่ดีกว่าเว็บไซต์ที่มี PageRank ต่ำกว่า สำหรับหน้าเว็บเพจที่ไม่มีค่า Pagerank ระบบจะแจ้งเป็น “No PageRank information available” (N/A)

* หัวใจ ของ PageRank คือ แลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่นๆ ให้มาก และถ้าเป็นเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บเรา และ เป็นเว็บที่มีค่า PR สูง ยิ่งทำให้เว็บไซต์เรามีค่า PR สูงขึ้นด้วย *

เราสามารถ Check ค่า PageRank ได้ที่เว็บไซต์ http://www.prchecker.info

เครดิต buddy2u, truehits.net2013, By: Seo Master

seo วิเคราะห์คู่แข่งด้วย Niche Market Finder 2013

Seo Master present to you:
สวัสดีครับผม ช่วงนี้ฝนตกค่อนข้างบ่อยก็ระวังสุขภาพกันบ้างนะครับ มาว่ากันต่อเลยใน บทความ SEO วันนี้ผมจะมาแนะนำเครื่องมือวิเคราะห์คู่แข่งแบบง่ายๆด้วยโปรแกรม Niche Market Finder ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้งานได้ง่ายและค่อนข้างดีอีกโปรแกรมหนึ่ง รวมทั้งยังสามารถ Download มาใช้งานได้ฟรีๆอีกด้วยครับ ซึ่งคุณสมบัติที่สำคัญของตัวโปรแกรมก็คือเอาไว้วิเคราะห์คู่แข่งใน Keyword ที่เราจะทำ SEO หรือ Search Engine Optimization ครับ ซึ่งผลการวิเคราะห์จะอ้างอิง Google.com ซึ่งจะวิเคราะห์ได้ค่อนข้างแม่นยำใน Keyword และ Traffic ภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ภาษาไทยผลการวิเคราะห์จะยังไม่แม่นยำเท่าที่ควร แต่ก็ยังพอนำมาอ้างอิงได้ครับ เรามาศึกษาและดูวิธีการใช้งานกันเลย เริ่มต้นให้ทำการกรอก Keyword ที่เราะจะทำการวิเคราะห์ในช่อง Keyword แล้วคลิ๊กที่ปุ่ม Find Pages ตรง Tool Bar ด้านบนครับ ตัวโปรแกรมก็จะทำการประมวลผล และแสดงผลการวิเคราะห์ตามรูป


ความหมายของแต่ละแถบสีโดยแยกเป็น สีเขียวง่าย หรือมีโอกาสมาก สีเหลืองปานกลาง หรือมีโอกาสปานกลาง สีแดงยาก หรือมีโอกาสน้อย

PR – ค่าคะแนนที่ Google ประเมินคุณภาพของเนื้อหาในแต่ละหน้าเว็บเพจนั้นๆ หรือ Page Rank
BL – Backlink จำนวนลิงค์ที่เชื่อมโยงกลับมาในหน้านั้นๆ
DBL – จำนวนลิงค์ที่เชื่อมโยงกลับมาที่ Domain
KDm – (ติ๊กถูก) ถ้ามีคีย์เวิร์ดใน Domain Name
KT – (ติ๊กถูก) ถ้ามีคีย์เวิร์ดใน Title Tag
KDs – (ติ๊กถูก) ถ้ามีคีย์เวิร์ดใน Description Tag
KH1 – (ติ๊กถูก) ถ้ามีคีย์เวิร์ดเป็น H1 Tag

วิธีการวิเคราะห์ก็ให้ดูหลายๆส่วนประกอบกันโดยดูภาพรวมที่แถบสีก่อนถ้ามีสีเขียวเยอะก็มีโอกาสเป็นไปได้สูง แต่ถ้าแดงเต็มไปหมดแสดงว่าการแข่งขันสูงมาก เหนื่อยแล้วก็ลำบากครับ ต่อมาก็ค่อยมาวิเคราะห์ในส่วนของ KDm ถ้าสีเขียวนี่มีโอกาสสอดแทรกได้ ดูในส่วนของจำนวน BL แล้วก็ PR,KT, KDs, KH1 ประกอบ แล้วก็วิเคราะห์โอกาสและความเป็นไปได้ที่จะแข่งขันครับ เรามาดูในส่วนอื่นของตัว โปรแกรม Niche Market Finder กันบ้างก็จะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ


Url – ผลการวิเคราะห์ของแต่ละเว็บไซต์เรียงอันดับจาก 1 - 10 (สูงสุดได้ถึง 40 โดยปรับได้ที่ Tools)
Clear Pages – ล้างผลการวิเคราะห์ครั้งล่าสุดเพื่อเริ่มการวิเคราะห์ใหม่
In Browser – เปิด URL ของเว็บที่ทำการวิเคราะห์ด้วย IE Browser ครับ
Page In Yahoo – ดู BL จากฐานข้อมูลของ Yahoo
Domain In Yahoo – ดู Backlinks for a Domain จากฐานข้อมูล Yahoo

เป็นอย่างไรบ้างครับกับ โปรแกรม Niche Market Finder ลอง Download ไปทดสอบกันดูนะครับคงมีประโยชน์ในการวิเคราะห์และช่วยทุ่นแรงได้ไม่มากก็น้อยครับผม2013, By: Seo Master

seo ตรวจสอบและ เช็ค PR ด้วย PaRaMeter 2013

Seo Master present to you:
สวัสดีครับ ช่วงเมื่อไม่นานที่ผ่านมาทาง Google ได้มีการปรับ PR ให้กับเว็บไซต์ต่างๆครั้งใหญ่ ตัวผมก็เลยมองหา SEO Tool ดีๆซักตัวที่มีความสามารถ ตรวจสอบ และ เช็ค PR เว็บไซต์ครั้งละมากๆได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ และเน้นที่ตัวโปรแกรมให้มีขนาดไฟล์ไม่ใหญ่มาก แล้วก็ทำงานได้สะดวกดี และที่สำคัญใช้งานได้ง่ายๆและฟรีครับ ผมขอแนะนำ PaRaMeter จากค่าย CleverStat เครื่องมือ เช็ค PR เว็บ ที่มีความสามารถตรวจสอบ PR ได้อย่างรวดเร็ว วิธีใช้งานก็ค่อนข้างง่ายๆมากๆครับ เพียงกรอก URL ของเว็บไซต์ที่เราต้องการในช่อง URL แล้วคลิ๊กที่ปุ่มเครื่องหมายบวก หรือ Add Button นั้นเอง ถ้าต้องการเช็ค PR เว็บหลายๆเว็บไซต์ หรือ Page ต่างๆ ก็เพียงกรอก URL ของเว็บไซต์ หรือ Page ที่เราต้องการตรวจ สอบ และคลิ๊กปุ่ม Add เพิ่มลงไปใน List ให้ครบตามความต้องการของเรา หลังจากนั้นก็คลิ๊กที่ปุ่มเครื่องหมายสามเหลี่ยม หรือ Update PR Button เพียงแค่นี้ตัวโปรแกรมก็จะประมวลผลและแสดง PR ให้เราได้ทราบกัน โดยจะแสดงแบ่งออกเป็น Column ที่สำคัญๆคือ State จะแสดงเป็น Emotion น่ารักๆแสดงสถานะของ PR ของเราที่ได้รับ ช่อง PR คือ PR ของเว็บไซต์ที่เราทำการเช็ค PR คะแนนสูงสุดคือ 10 ช่อง Trend จะแสดงและอ้างอิงเปรียบเทียบ ผลการตรวจสอบครั้งก่อนและครั้งล่าสุด Column Date แสดงวันที่ทำการตรวจสอบ PR รวมทั้งยังมีความสามารถเล็กๆ ให้เราได้ใช้งานคือสามารถ Export เป็นไฟล์ CSV ได้ โดยคำสั่งจะอยู่ที่ Menu Bar Project และสามารถ Note รายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้โดยคำสั่งจะอยู่ที่ Menu Bar Options View - Full รวมทั้งสามารถตรวจสอบ PR ในหน้าต่างๆภายในเว็บไซต์ของเราโดยเลือก Tool และ Extract Urls กำหนดค่า Depth กรอก URL เว็บไซต์ที่ต้องการเช็ค PR ภายในเว็บคลิ๊กปุ่มสามเหลี่ยม หรือ Start Button คลิ๊กปุ่มเครื่องหมาย Diskette หรือ Save Found URLs and Close ครับ ลอง Download PaRaMeter ไปทดสอบกันดูนะครับ หวังว่าค่อยช่วยเบาแรงเพื่อนๆได้ไม่มากก็น้อยครับ สำหรับเครื่องมือ เช็ค PR ตัวนี้

2013, By: Seo Master

seo แนะนำวิธีค้นหาและสร้าง Backlink ง่ายๆ 2013

Seo Master present to you:
วันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องมือและวิธีการค้นหาและสร้าง Backlink ง่ายๆนะครับ เนื่องจาก Google ให้ความสำคัญกับ Backlink ที่เชื่อมโยงมาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่ เกี่ยวข้องกัน หรือสอดคล้อง ดังนั้นเราควรไปฝาก Link ไว้กับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องหรือใกล้เคียงกับเว็บไซต์ของเราเพราะเราจะได้ SEO Score จากตรงนี้ส่งผลให้ อันดับผลการค้นหาของเราดีขึ้น เราไปดูเครื่องมือตัวนี้กันเลยกับเว็บไซต์ Dropmylink คลิ๊กเลย ขั้นตอนก็ง่ายๆและฟรีอีกเช่นเคย ในการค้นหาก็เพียงแค่ใส่ Keyword ที่เราต้อง การจะค้นหาลงในช่อง Keyword ในส่วนของช่อง Find ก็คือวิธีการค้นหา Backlink จากที่ไหนจะมี Drop Down Menu ให้เลือก โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. .edu Blogs ค้นหาและหาวิธีสร้าง BL จากการ Comment Blog ที่มี สกุล .edu ย่อมาจาก Education ซึ่งเป็นเว็บไซต์ หรือ Blog ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ซึ่ง Google ให้คะแนนความเชื่อถือจากตรงนี้มาก
2. .gov Blogs ค้นหาและหาวิธีสร้าง BL จากการ Comment Blog ที่มี สกุล .gov ย่อมาจาก government ซึ่งเป็นเว็บไซต์ หรือ Blog ที่เกี่ยข้องกับหน่วยงานของรัฐบาล เช่นเดียวกัน Google ให้คะแนนความน่าเชื่อถือและความสำคัญจาก Backlink ที่มาจาก .gov สูง
3. KeywordLuv Blogs ค้นหาและหาวิธีสร้าง BL จากการ Comment Blog ที่มีการใช้ Plug-in KeywordLuv ซึ่งจะได้ Backlink แบบ Dofollow
4. Directories Add Site, Add URL, Add Website ค้นหาและหาวิธีสร้าง BL จากเว็บจำพวก Directories หรือสารบัญเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งเว็บประเภทนี้จะเก็บรวบรวมเว็บไซต์ต่างๆ แยกออกเป็นกลุ่ม และหมวดหมู่ย่อย
5. Squidoo Lenses ค้นหาและหาวิธีสร้าง BL จากเว็บไซต์ Squidoo Lenses
6. Hubpages ค้นหาและหาวิธีสร้าง BL จากการ Comment เว็บไซต์ hubpages.com
7.Angela's Backlinks ค้นหาและสะกดรอยตามเพื่อสร้าง BL PR สูงหรือลิงค์คุณภาพ ตาม Angela's Backlinks
ก็เลือกการค้นหาในช่อง Find ตามความต้องการของเราเลยครับ แล้วก็หาวิธีสร้าง BL ไม่ยากใช่ไหมครับกับเครื่องมือค้นหา BL ตัวนี้ เบาแรงไปได้เยอะเลย ลองทดสอบและเล่นกันดูครับเผื่อจะต่อยอดอะไรได้อีกจากตรงนี้ครับ2013, By: Seo Master

seo จดโดเมนเนมฟรีกับ cu.cc 2013

Seo Master present to you:
วันนี้เรามาแนะนำการจดโดเมนฟรีกับ cu.cc (PR4) นะครับ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น หรือสำหรับผู้ต้องการทดสอบการทำ SEO ด้วย Domain Name ตรงๆ ขั้นตอนก็ไม่มีอะไรมากไม่ได้ซับซ้อนอะไรนัก แค่เตรียมอีเมล์ที่ใช้งานจริงไว้สำหรับ Activate ก็พอ เริ่มต้นก็ไปที่หน้าเว็บกันเลย http://www.registry.cu.cc/ หลังจากนั้นบริเวณช่องว่างตรงกลางให้กรอกชื่อ Domain Name ที่เราคิดไว้คลิ๊ก Check Availability ถ้ายังไม่มีใครลงทะเบียนชื่อนี่บริเวณทางด้านซ้ายจะมีเครื่องหมายถูกสีเขียว Available ซึ่งสามารถใช้งานได้ ในส่วนของ Domain Option เราสามารถกำหนดการใช้งานได้ถึง 2 ปีนะครับ และเราสามารถลงทะเบียนใช้ Domain Name ได้สูงสุด 5 ชื่อนะครับต่อ 1 Account สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานฟรี คลิ๊ก Checkout



ต่อไปเป็นขั้นตอน Create a new account ให้กรอกรายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วน แล้วคลิ๊ก Create Account

ระบบจะทำการส่ง Activation Key ไปให้เราทางอีเมล์ เข้าอีเมล์เราแล้ว Copy Activation Key มาใส่ในช่อง Activation Ket คลิ๊ก Verify Activation Key

คลิ๊กที่ My Account ระบบจะเข้ามาที่หน้า Login ให้กรอก User และ Password ที่เราสมัครลงในช่อง คลิ๊ก Login เพื่อเข้าระบบ ทางมุมด้านซ้ายล่างเลือก Skip This Step


ขั้นตอนต่อไปเรามาทำการตั้งค่า DNS โดยการคลิ๊กที่ Registered Domains


คลิ๊กเลือก Domain Name ที่เราจะทำการตั้งค่าโดยคลิ๊กที่ Manage จะมีให้ตั้งค่าอยู่ทั้งหมด 3 รูปแบบด้วยกันคือ URL Forwarding, Nameserver, Zone Records ทั้งนี้การตั้งค่าขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ Hosting ที่เราใช้งานอยู่นะครับ และตามความต้องการของเรา พอตั้งค่าเสร็จเรียบร้อยก็รอให้ DNS Update ก็ใช้งานได้แล้วครับ

2013, By: Seo Master

seo Backlink Checker 2013

Seo Master present to you:
ก็จะมาแนะนำเว็บไซต์อีกเว็บไซต์นึงที่เอาไว้ตรวจสอบ Backlink ที่เราได้ไปฝากไว้ตามเว็บไซต์ต่างๆ คล้ายๆกับเว็บไซต์ที่ได้แนะนำไปใน บทความ SEO ตอนที่แล้วนะครับ เว็บไซต์ที่เอาไว้ตรวจสอบที่นำมาแนะนำคือ Check Backlink ขั้นตอนการตรวจสอบก็ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ ก็สามารถตรวจสอบได้เลยโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก เพียงแค่กรอก Domain Name เว็บของเราลงไปในช่อง Your Domain แล้วคลิ๊กที่ปุ่ม Check! รอซักครู่ระบบก็จะทำการประมวลผล วิธีการดูก็ไม่ยากครับ จะมีรายละเอียดให้เราได้ตรวจสอบกันอยู่ 3 ส่วน ส่วนแรกก็คือ Total Backlinks หรือจำนวนผลรวมของ Backlink ของเราทั้งหมดที่ระบบได้ทำการตรวจสอบพบ ส่วนที่สอง Website Address หรือชื่อเว็บไซต์ที่อ้างอิง Backlink ของเรา สามารถคลิ๊กเข้าไปดูได้ครับ ส่วนที่สาม PageRank หรือ ค่าคะแนน PR ของหน้านั้นๆที่เราได้ Backlink ครับ ลองเข้าไปทดสอบกันดูครับกับ SEO Tool ตัวนี้ ^^2013, By: Seo Master

seo วิธีตรวจสอบ Backlink 2013

Seo Master present to you:
หลังจากที่เราได้ฝาก Link ไว้ตามเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการฝาก Link ไว้ตาม Social Bookmark หรือ Web Directory หรือตามเว็บบอร์ดที่เราเข้าไปใช้งาน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่สามารถสร้าง Link ได้ ที่นี่หลังจากเราฝากไปแล้วเวลาผ่านไป เราจะทราบได้อย่างไรว่าเรามี Backlink เท่าไหร่แล้วเราสร้างไว้เท่าไหร่แล้ว เก็บสะสมไว้เท่าไหร่แล้ว (จำไม่ได้) วิธีง่ายๆที่ได้ผลและนำมาแนะนำกันก็คือการตรวจสอบกับเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบ BL โดยเฉพาะนั้นเอง ซึ่งให้บริการฟรีครับ ขอแนะนำ Backlink Watch ครับเป็น Web Site สำหรับตรวจสอบ BL โดยเฉพาะวิธีการก็ใช้งานง่ายๆมากเพียงแค่กรอก URL ของ Web Site ที่เราจะทำการตรวจ สอบที่ช่อง Enter URL: แล้วก็คลิ๊ก Check Backlinks หรือกด Enter เพียงแค่นี้ระบบก็จะทำการตรวจสอบ Backlink ของเรา ขึ้นมาเป็นรายการ ให้เราทราบโดยวิธีการอ่านค่าในส่วนต่างๆของตารางนั้น ขออธิบายเป็นข้อๆดังต่อไปนี้ครับ
1. PR คือ ค่า PR ของหน้านั้นๆที่เราฝาก Backlink ไว้มีค่าเท่าไหร่
2. OBL คือ จำนวน Link ออกทั้งหมดใน หน้านั้นๆที่เราฝาก Backlink เอาไว้มีจำนวนเท่าไหร่
3. Flag คือชนิดหรือรูปแบบของ Backlink ที่เราได้รับ ตัวอย่างเช่น NoFollow
4. Total Backlinks คือผลรวมของ Backlink ที่เรามีทั้งหมดจากการตรวจสอบของระบบ
ก็ไปลองทดสอบใช้งานกันดูนะครับ กับบริการตรวจสอบ Backlink ดีๆ ฟรีๆ ครับ2013, By: Seo Master

seo กฎ 20 ข้อในการพัฒนาเว็บไซต์ให้เป็นเลิศและประสบความสำเร็จ 2013

Seo Master present to you:
  1. ให้ความนับถือผู้ชมเว็บของคุณ อย่าพยายามบังคับให้พวกเขาอ่านเนื้อหาในเว็บของคุณทั้งหมด ปล่อยให้พวกเขาเลือกและตัดสินใจเองว่าจะอ่านอะไร ให้ลองนึกว่าถ้าคุณเป็นผู้ชมเว็บ คุณจะทำอย่างไรกับหน้าต่างที่ป๊อบอัพขึ้นมาและกล่องโฆษณาที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มไปหมด
  2. โฆษณาที่แย่ กล่องโฆษณาที่น่ารำคาญอาจช่วยเพิ่มรายได้ให้คุณเพียงชั่วขณะหนึ่ง แต่ในระยะยาวแล้ว มันไม่ทำให้เว็บไซต์ของคุณประสบความสำเร็จได้ อย่างไรก็ตาม การผนวกโฆษณาเข้ากับเนื้อหาของเว็บไซต์ และจัดโครงสร้างของเว็บให้ดีก็จะช่วยให้โฆษณานั้นไม่รบกวนผู้ชม มันจะช่วยให้เว็บของคุณเป็นที่รู้จักมากขึ้นและยังช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่คุณ ได้ด้วย
  3. ให้ข้อมูลและสอนผู้ชมเว็บของคุณ แบ่งปันความคิด ไอเดีย ประสบการณ์ และความรู้ของคุณให้กับคนที่ต้องการหรืออาจจะต้องการคำแนะนำจากคุณ เมื่อคุณมีข้อมูลเหล่านี้ คุณก็มีเครื่องมือที่ทรงพลังที่จะดึงดูดความสนใจของมวลชนมาที่งาน ความสนใจ และบริการของคุณได้ นอกจากนี้แล้ว ถ้าคุณแบ่งปันความรู้ที่มีคุณค่ากับผู้ใช้คนอื่น คุณก็จะได้รับการเคารพนับถือว่าเป็นบุคคลที่รู้ว่าเขาหรือเธอกำลังพูดถึง อะไร
  4. สร้างสรรค์สไตล์ของคุณ สร้างสรรค์จากไอเดียของคุณ ทำให้ตัวคุณเกิดแรงบันดาลใจ แต่อย่าลอกเลียนแบบ มันน่าสนใจกว่ามากที่จะได้รู้ว่าคุณมีความสามารถอะไรแทนที่จะไปสนใจว่าคน อื่นมีความสามารถอะไร ค้นหาจินตนาการและความอยากรู้อยากเห็นของคุณเอง ไอเดียใหม่ๆ หรือไอเดียเก่าที่ถูกพัฒนาขึ้น ย่อมดึงดูดผู้ใช้เว็บมากกว่าของลอกเลียนแบบ
  5. ใส่ใจกับมาตรฐาน คิดถึงคนให้มาก การใช้มาตรฐานเว็บที่ดีจะช่วยลดงานของคุณในอนาคตลงได้มาก เมื่อคุณจะสร้างเว็บสำหรับคนทั่วไป มันจึงมีเหตุผลที่คุณจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่จะตรวจสอบโค้ดต่างๆ และทำให้มันเป็นมาตรฐาน เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานดีแล้ว คุณก็ไม่ต้องกังวลว่าในอนาคตจะมีเว็บบราวเซอร์เวอร์ชั่นใหม่เกิดขึ้นมาซึ่ง จะทำให้เว็บของคุณมีปัญหา นอกจากนี้เว็บของคุณจะต้องสามารถอ่านได้ง่าย (Readability) เข้าถึงได้ง่าย (Accessibility) และใช้งานง่าย (Usability) จำไว้ว่าคุณต้องนับถือผู้ชมเว็บของคุณ
  6. ใช้ข้อความที่ชัดเจน อย่ากลัวที่จะบอกว่าคุณต้องการสื่ออะไร ความคลุมเครือทำให้เกิดระยะห่างระหว่างคุณกับผู้ชมเว็บของคุณอย่างไม่จำเป็น ให้ใช้ข้อความที่เด่นชัดต่อผู้ชมเว็บถ้าคุณต้องการนำเสนออะไรให้แก่พวกเขา ถ้าคุณระบุให้ชัดเจนว่าคุณกำลังพูดถึงอะไรอยู่ คุณก็จะได้รับผลตอบรับที่ดีหรือได้คำตอบของคำถามที่คุณสงสัย
  7. เกลียด Internet Explorer ได้ถ้าคุณอยาก แต่อย่าปฏิเสธผู้ใช้มัน อย่าออกแบบเว็บที่เหมาะสำหรับบางเว็บบราวเซอร์เป็นพิเศษ คุณควรออกแบบเว็บให้เหมาะสำหรับ Internet Explorer เหมือนกับที่ออกแบบให้กับบราวเซอร์อื่นๆ Internet Explorer อาจจะไม่ใช่บราวเซอร์ที่ดีที่สุด แต่ก็มีผู้ใช้เว็บถึง 85% ที่ใช้มันอยู่ ให้กลับไปดูกฎข้อที่ 1
  8. เอาใจใส่เนื้อหาของเว็บ สำหรับเว็บที่กำลังพัฒนา คุณจะต้องทำให้มันมีข้อมูลที่น่าสนใจและมีรูปลักษณ์ที่ดูดี อย่าลืมว่าผู้ชมเว็บของคุณจะจดจำทุกสิ่ง เมื่อคุณแสดงลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมแก่พวกเขาโดยที่ไม่มีข้อความ อธิบายว่ามีอะไรซ่อนอยู่ภายใต้ลิงค์นั้น คุณก็จะไม่ได้เห็นผู้ชมเว็บเหล่านี้อีกเลย ถ้าโค้ดของเว็บไซต์เป็นร้อยกรอง เนื้อหาของเว็บไซต์ก็เป็นร้อยแก้ว
  9. อย่ากังวลมากกับ SEO อย่าไปมองในระดับคีย์เวิร์ด เพราะมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเว็บไซต์ของคุณต้องการนำเสนออะไร การพยายามเพิ่มตำแหน่งใน search engine นั้นเสียเวลามากกว่าการเขียนบทความที่มีประโยชน์ลงในบล็อกของคุณ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญ SEO คุณจะทราบว่าคุณต้องปรับแต่งเว็บไซต์ตลอดเวลาเพื่อให้มีอันดับที่ดีขึ้น ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณเขียนบทความที่ดี มันจะอยู่กับเว็บไซต์ของคุณไปตลอด
    หลีกเลี่ยงการทำ SEO และ PageRank แบบผิดๆ การทำ Search Engine Optimization ที่ไม่ถูกต้อง (การแลกเปลี่ยนลิงค์กับทุกเว็บไซต์บนเน็ตเท่าที่เป็นไปได้ การโพสต์ลิงค์ของคุณในเว็บรวมลิงค์ ฯลฯ) จะทำให้เว็บของคุณถูกแบนจาก search engine สำคัญๆ ในที่สุด อัลกอริธึมของ search engine ถูกปรับปรุงตลอดเวลา ท้ายที่สุดแล้วความพยายามของคุณก็จะไม่เกิดประโยชน์ และยังเสี่ยงที่ PageRank จะกลายเป็น 0
  10. ติดต่อ แต่อย่าสแปม ให้คนที่สนใจเนื้อหาของคุณได้รู้ว่าคุณมีเนื้อหานั้นๆ ต้องรู้ก่อนว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ จากนั้นให้เอาใจใส่กับคนที่อาจจะสนใจในบริการของเว็บคุณ นึกถึงเว็บไซต์ที่พวกเขาชอบเข้าไปชม แล้วติดต่อเจ้าของเว็บไซต์เหล่านี้เพื่ออธิบายถึงประโยชน์ของบริการของคุณ แต่จำไว้ว่าคุณไม่ได้เขียนถึงโปรแกรม แต่คุณกำลังเขียนถึงมนุษย์ ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะแบ่งปันบริการของคุณให้กับผู้ชมเว็บของเขาหรือ ไม่ จำไว้ว่าจะส่งลิงค์ แต่ให้ส่งคำเชิญชวนที่มีข้อความที่สุภาพที่อธิบายว่าเว็บของคุณมีอะไรที่แตก ต่างจากเว็บอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน ต้องมั่นใจว่าคนที่คุณเขียนถึงตระหนักได้ว่ามันสำคัญต่อผู้ชมเว็บของพวกเขา อย่างไร จงจำไว้ว่าคุณไม่ได้ทำเพื่อเงิน แต่ทำเพื่อผู้ใช้ อย่าสแปม อย่าโฆษณา แต่ให้เผยแพร่สิ่งที่มีประโยชน์
  11. ไม่ต้องเกรงใจที่จะถาม มีนักพัฒนาเว็บจำนวนมากที่เคย กำลัง หรือจะถามคำถามเดียวกับที่คุณมีอยู่ตอนนี้ อย่าลังเลที่จะถาม อย่าลังเลที่จะหาคำตอบ ยิ่งคำถามของคุณฉลาดมากเท่าไร คำถามนั้นก็มีโอกาสจะได้รับคำตอบมากขึ้นเท่านั้น และยังทำให้คนพบเว็บของคุณจาก search engine อีกด้วย
  12. ตอบอีเมลทันที ติดต่อกับลูกค้าที่มีศักยภาพของคุณให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ อย่าปล่อยให้อีเมลกองอยู่ใน inbox นานเกิน 12 ชั่วโมง อย่าส่งข้อความตอบกลับอัตโนมัติ คนที่เขียนข้อความถึงคุณรู้ว่าเขากำลังเขียนถึงคุณ อย่าทำให้คนอื่นเสียเวลาเช่นเดียวกับที่คุณไม่ทำให้ตัวเองเสียเวลา พยายามสร้างความประทับใจให้กับคนที่คุณติดต่อด้วย ตอบกลับอย่างมั่นใจ มืออาชีพ เป็นกันเอง และเป็นตัวของตัวเอง
  13. ใช้ประโยชน์ของ social bookmark อย่ากลัวที่จะเผยแพร่เว็บไซต์ของคุณผ่าน Digg, Reddit, Furl, del.icio.us, Ma.gnolia, Blinklist และเว็บไซต์ social bookmark อื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ให้เลือก tag ที่จะใช้ในเว็บเหล่านี้อย่างระมัดระวังซึ่งจะทำให้ผู้ชมเว็บเข้ามาที่เว็บ ของคุณ และถ้า tag ถูกเลือกใช้อย่างมีเหตุมีผล ไม่เพียงแต่จะมีผู้ชมเว็บเข้ามาเท่านั้น แต่คุณยังสามารถโน้มน้าวให้พวกเขาช่วย tag บทความของคุณใน social bookmark ต่อด้วย
  14. สร้างความสัมพันธ์ นักพัฒนาเว็บที่สร้างสรรค์มักจะได้รับการสนับสนุนจากบล็อกของนักพัฒนาเว็บด้วยกัน
  15. คิดในระดับโลก ข้อมูลในเว็บของคุณอาจจะไม่ดึงดูดคนในประเทศของคุณ แต่โลกของเว็บนั้นไร้ขอบเขต แล้วทำไมคุณไม่สื่อสารกับคนทั้งโลกล่ะ? ไม่จำเป็นต้องหาตลาดเฉพาะ (niche) ที่ใกล้ตัวคุณ ในเมื่อคุณมีโอกาสที่ไม่จำกัดอยู่ทั่วโลก
  16. อย่าแหกหลักการ ควรพูดคุยกับลูกค้าถึงแนวทางที่เว็บไซต์ควรถูกนำเสนอหรือพัฒนาขึ้น ให้ความเคารพกับมุมมองของลูกค้า แต่จงจำไว้เสมอว่าคนที่พัฒนาเว็บคือคุณ อย่าทำเพียงเพราะว่าคุณถูกสั่งให้ทำ ให้แก้ไขข้อผิดพลาดถ้าคุณพบว่าลูกค้าผิด จงเป็นมืออาชีพ เพราะในท้ายที่สุดแล้วคุณสร้างเว็บเพื่อผู้ใช้ ไม่ใช่เพื่อลูกค้าของคุณ
  17. ติดตามข่าวสารสม่ำเสมอ ตื่นตัวตลอดเวลาว่ามีอะไรเกิดขึ้นในโลกอินเทอร์เน็ต เว็บถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีไอเดียใหม่ๆ ออกมาเสมอ อย่างไรก็ตาม นิตยสารด้านการออกแบบและพัฒนาเว็บก็คุ้มค่าที่จะอ่าน
  18. เรียนรู้ที่จะสร้างสรรค์ ค้นหาไอเดียใหม่ๆ ตลอดเวลา พยายามเข้าไปอ่านตามกระดานข่าวของนักพัฒนาเว็บ มุ่งความสนใจของคุณไปยังสิ่งที่ผู้คนกำลังค้นหาและพูดถึงกันอยู่
  19. ทำเว็บให้สวยขึ้น CSS ดีไซน์ที่โปร่งตา อ่านง่าย และดูชาญฉลาด คือความสวยงาม
  20. ตระหนักถึงพลังอำนาจของเว็บอยู่เสมอ ให้การสนับสนุนแก่โครงการที่สำคัญต่อคุณในอนาคต
Source : Blog.macroart.net2013, By: Seo Master

seo DoFollow และ NoFollow คืออะไร ? 2013

Seo Master present to you:
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำ SEO หรือการโปรเมทเว็บไซต์ของเราก็คือ Backlink ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับ Backlink กันให้มากขึ้นว่าเราไปสร้าง Backlink เพื่อโปรโมทกับเว็บไซต์ต่างๆนั้นเราได้เป็น Backlink ประเภทไหนกันครับ Backlink แบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทก็คือ Backlink แบบ DoFollow และแบบ NoFollow
เรามาเริ่มต้นกันที่ DoFollow ก่อนละกันครับ Backlink ประเภทนี้เป็นลิงค์ที่ถือว่าดีที่สุดในการทำ SEO เพราะว่าเราจะได้รับทั้ง Traffic จากการที่เราฝากลิงค์ไว้และได้รับความสนใจจากผู้พบเห็นคลิ๊กตามลิงค์มา อย่างที่สอง RoBot เราจะได้ Robot หรือ Spider ของ Serch Engine ที่เข้ามาเก็บข้อมูลหน้า Page ที่เราฝากลิงค์นั้นๆไว้ไต่ตามลิงค์มาที่เว็บไซต์ปลายทางของเราเพื่อทำการเก็บข้อมูล หรือ Index และเปลี่ยนมาเป็น Backlink อย่างที่สาม เราจะได้รับการคำนวนค่า PR หรือ PageRank ค่าคะแนนจากเว็บต้นทางด้วย เพราะฉะนั้นถือได้ว่าลิงค์ประเภท DoFollow เป็น Backlink ที่เหมาะที่สุดและเยี่ยมสุดในการทำ SEO
รูปแบบลิงค์ชนิด DoFollow <a href=”http://yourwebsitename”>yourlinkname</a>
ที่นี่เรามาดูลิงค์แบบ NoFollow ลิงค์ประเภทนี้เราจะได้รับ Traffic จากการที่เราฝากลิงค์ไว้กับเว็บไซต์ต้นทางคล้ายลิงค์แบบ DoFollow รวมทั้ง เราจะได้รับการเก็บข้อมูลจาก Robot ของ Serch Engine ไต่ตามลิงคค์ตามเข้ามาเก็บข้อมูล หรือ Index ข้อมูลของเราและเป็น Backlink แต่ข้อแตกต่างจากลิงค์แบบ DoFollow ก็คือ เราจะไม่ได้รับการคำนวนค่า PR (PageRank) หรือค่าคะแนนของ Page จากเว็บต้นทางครับ
รูปแบบลิงค์ชนิด NoFollow <a rel=”nofollow” href=”http://yourwebsitename”>yourlinkname</a>2013, By: Seo Master
Powered by Blogger.